จากการที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีม ตารางบอล แชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อ 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ถูกสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือว่าทาง ยูฟ่า ลงดาบในกรณีที่พวกเขาไปละเมิดกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ หรือว่ากฏกำกับการเงินนั่นเอง ซึ่งทีม “เรือใบสีฟ้า” ต้องถูกแบนจากการเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นเวลาถึง 2 ฤดูกาล ซึ่งมีผลทันที บวกกับโดนปรับเงินไปอีก 30 ล้านยูโร ซึ่งทำให้สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกนั้นมีความคึกคักทวีคูณขึ้นไปอีก
เมื่อโควต้าในการไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าจะตกมาให้กับทีมที่จบอันดับที่ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีกทันที ในกรณีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังสามารถรั้งตำแหน่งหัว ตารางบอล ตารางอันดับของพรีเมียร์ลีก ไว้ได้อยู่แบบนี้จนจบฤดูกาล ทำให้จากตอนแรกที่มองว่าโควต้านี้เหลือที่เดียวคือตำแหน่งอันดับที่ 4 ของเชลซีเท่านั้น เนื่องจาก 3 ทีมหัวตารางอย่างลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเลสเตอร์ ซิตี้ ทำคะแนนหนีห่างทีมตามไปพอสมควรแล้ว แต่ตอนนี้โควต้าเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 อันดับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีทีมที่เข้ามาร่วมวงล่าอันดับที่ 5 เพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน เพราะตอนนี้เอฟเวอร์ตันที่หลังจากแต่งตั้งคาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และหลังจากนั้นดูเหมือนว่าทีม “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” จะโกยคะแนนได้เป็นกระบุง จนทำให้ทะยานจากโซนท้ายตารางขึ้นมาอยู่ในโซนลุ้นพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และบวกกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ไฟแรงที่ทำผลงานได้ดีเกินคาดมากๆ ในฤดูกาลนี้ บวกกับวูล์ฟส์แฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ก็มีมาตรฐานที่ดีตามที่คาดการณ์กันเอาไว้ ซึ่งนี่ยังไม่รวมกับอีก 3 ทีมในกลุ่มท็อป 6 ด้วยซ้ำ ทั้งเชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และรวมไปถึงท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่กลับมาควานหาชัยชนะได้อีกครั้งแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาบาดเจ็บอยู่หลายตำแหน่งก็ตาม
ตารางบอล อันดับคะแนน ณ วันที่ 01/03/2020
| Rank | Team | Matchs | Win | Draw | Lose | GF | GA | PTS | Note |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Liverpool | 27 | 26 | 1 | 0 | 64 | 17 | 79 | |
| 2 | Manchester City | 27 | 18 | 3 | 6 | 68 | 29 | 57 | |
| 3 | Leicester City | 27 | 15 | 5 | 7 | 54 | 27 | 50 | |
| 4 | Chelsea FC | 27 | 13 | 5 | 9 | 45 | 37 | 44 | |
| 5 | Manchester United | 27 | 11 | 8 | 8 | 41 | 29 | 41 | |
| 6 | Tottenham Hotspur | 27 | 11 | 7 | 9 | 44 | 36 | 40 | |
| 7 | Sheffield United | 27 | 10 | 10 | 7 | 29 | 25 | 40 | |
| 8 | Wolves | 27 | 9 | 12 | 6 | 38 | 32 | 39 | |
| 9 | Arsenal | 27 | 8 | 13 | 6 | 39 | 36 | 37 | |
| 10 | Burnley | 27 | 11 | 4 | 12 | 33 | 39 | 37 |
ตัวอย่างกรณีที่ ทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้ไปเล่นใน ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาจบอันดับที่ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก และไม่ได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้ ซึ่งผลกระทบต่อสโมสรหลายด้าน
- ทั้งเรื่องที่พวกเขาต้องเจรจาให้นักเตะหลายคนลดค่าเหนื่อยลงประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์
- รวมถึงการเจรจาสปอนเซอร์คาดหน้าอกใหม่ที่ไม่สามารถต่อสัญญากับทางเชฟโลเร็ต บริษัทรถยนต์เจ้าใหญ่จากเมืองลุงแซมออกไปได้ ทำให้พวกเขาต้องหาสปอนเซอร์รายใหม่เข้ามาทดแทนเจ้าเดิมที่กำลังจะหมดลงหลังจบฤดูกาลหน้า ซึ่งตอนนี้พณะท่านเอ็ด วู๊ดเวิร์ด ยังไม่สามารถหาสปอนเซอร์รายใหม่เข้ามาได้แต่อย่างใด
- ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะออกมาประกาศศักดาอยู่ตลอดก็ตามว่าสโมสรนั้นมีเงินเป็นถัง และสามารถทำในเรื่องที่ทีมอื่นทำไม่ได้ แต่หากฤดูกาลนี้พวกเขาไม่สามารถทำอันดับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีกครั้ง จะทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตกระกำลำบากอย่างแน่นอน ทั้งในเรื่องของการเงิน
- และเรื่องของการซื้อขายนักเตะที่จะต้องมีนักเตะตัวหลักงอแงขอย้ายทีมอย่างแน่นอน เช่น ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสแล้วหนึ่งราย
- และรวมถึงแผนงานที่พวกเขาวางไว้ในการซื้อนักเตะในช่วงปิดฤดูกาลนี้ ซึ่งดูจากลิสต์รายชื่อนักเตะที่พวกเขาต้องการแล้วล้วนมีแต่ชื่อนักเตะบิ๊กเนม ซึ่งหากว่าพวกเขาไม่สามารถไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ รายชื่อนักเตะที่พวกเขาต้องการเหล่านั้นอาจจะต้องเลิกฝันไปได้เลยทีเดียว
- ไม่ว่าจะเป็นเจดอน ซานโช่ เอดินสัน กาวานี่ เจมส์ แมดดิสัน แจ็ค กรีลิช หรือว่าราอูล ฮิมิเนซก็ตาม ซึ่งทีมเก่าของนักเตะเหล่านี้ได้ไปเล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรปหลายราย ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานซื้อขายนักเตะของทีม “ปีศาจแดง” ติดขัดแน่นอนในช่วงกลางปีนี้ หากว่าฤดูกาลนี้ผลงานไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้
ความกดดันตอนนี้ตกมาอยู่ที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือนอร์เวย์อย่างเต็มเปา ซึ่งตอนนี้พวกเขาต้องหล่นลงไปอยู่ถึงอันดับที่ 8 ของ ตารางบอล พรีเมียร์ลีกแล้วด้วยซ้ำ หลังจากที่ผลงานลุ่มๆ ดอนๆ แต่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พวกเขากลับทำผลงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ กลับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 5
ซึ่ง กว่าจะได้บรูโน่ แฟร์นันดส์ นั้นใช้เวลานานมาก น่าจะได้ซื้อขายมาตั้งนานแล้ว แต่ก็เพราะการดำเนินการที่ล่าช้าในการซื้อนักเตะ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะได้นักเตะตามที่กุนซือรายนี้ต้องการ แต่ก็ต้องกินเวลามาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนมกราคมเลยทีเดียว กว่าจะได้บรูโน่ แฟร์นันดส์ กองกลางทีมชาติโปรตุเกสมาจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน และโอเดียน อิกาโล่ กองหน้ามากประสบการณ์ที่ยืมตัวมาจากลีกจีนในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ซึ่งการที่โซลชาร์ได้นักเตะตามที่เขาต้องการแล้วนั้น ทำให้หลังจากนี้กุนซือวัย 48 ปีจะหมดข้ออ้าง หรือว่าข้อแก้ตัวในเรื่องของขุมกำลังทีม ที่ตอนนี้ถึงแม้ว่าจะไม่พร้อมเพราะมีตัวหลัก 2 คนยังบาดเจ็บ ทั้งปอล ป็อกบา และมาร์คัส แรชฟอร์ด แต่กุนซือรายนี้ได้ในสิ่งที่กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคนก่อนหน้านี้อย่างโชเซ่ มูรินโญ่ไม่เคยได้เลยก็คือ การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบอร์ดบริหารของสโมสรนั่นเอง

ความโชคดีอย่างจะอยู่ที่ อันดับที่ 5 ของ ตารางบอล พรีเมียร์ลีก
อันดับที่ 5 ที่เพิ่มเข้ามาเป็นพื้นที่ที่จะได้ไปเตะแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้านั้น จะเป็นหนทางในการเซฟตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของอดีตกองหน้าซุเปอร์ซับของสโมสร ในกรณีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้สำเร็จ ซึ่งการพาทีมกลับไปเตะฟุตบอลถ้วยรายการใหญ่ของสโมสรยุโรปอีกครั้งน่าจะเพียงพอที่จะทำให้บอร์ดบริหารของสโมสรไว้วางใจให้เขาทำทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า ซึ่งเจ้าของทีมก็หวังที่จะให้เป็นเช่นนั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้ไม่ต้องไปจ่ายค่าชดเชยในการไล่ผู้จัดการทีมออกจากตำแหน่งอีกครั้ง ซึ่งหากว่าโซลชาร์ทำสำเร็จเขาน่าจะได้คุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดต่อไปค่อนข้างแน่ แต่หากว่าขนาดอันดับเลื่อนลงมาถึงอันดับ 5 แล้ว แต่ทีม “ปีศาจแดง” กลับไม่สามารถคว้าโควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าได้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ก็คงจะไม่รอดอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าบอร์ดบริหารจะออกมาปกป้องอยู่ตลอดก็ตามในยามที่มีกระแสข่าวว่าเขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างหนักในช่วงระหว่างฤดูกาลที่ผ่านมา
เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวัลเป็นอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอล “เรด อาร์มี่” ว่าในฤดูกาลนี้ทีมรักจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่เท่าไหร่ และสุดท้ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะถูกแบนห้ามแข่งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกจริงหรือไม่ ซึ่งอันที่จริงในตอนที่ไม่มีอะไรแน่นอนแบบนี้ พวกเขาควรจะเล็งเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ คือการคว้าอันดับ 4 ของตารางให้ได้ เพื่อการันตีแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าพวกเขาจะได้โควต้าอย่างแน่นอน แต่ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นดูเหมือนจะยากลำบาก ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะบุกไปเยือนเชลซีในคืนวันจันทร์ด้วยว่าเป็นอย่างไร หากแพ้ก็เตรียมบอกลาอันดับที่ 4 ได้เลย แต่หากว่าพวกเขาบุกไปเอาชนะได้สำเร็จ โอกาสก็จะกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง ซึ่งที่จริงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะทำให้บอร์ดบริหารมีเวลาที่จะตัดสินใจว่าฤดูกาลหน้าพวกเขาควรจะมีใครเป็นผู้จัดการทีม เพราะจนถึงตอนนี้มีกุนซือยอดฝีมือที่กำลังว่างงานอยู่อย่างน้อย 2 คน ทั้งมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ซึ่งทั้ง 2 กุนซือก็ออกมาให้สัมภาษณ์ตลอดว่ากำลังมองหาทีมใหม่ที่จะคุมในศึกพรีเมียร์ลีกพอดี ซึ่งหากว่าบอร์ดบริหารมีการตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนตอนนี้ จะทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะเลือกกุนซือใหม่ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่หากปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทีม “ปีศาจแดง” อาจจะไม่ใช่ทีมเดียวในระดับท็อป 6 ที่จะมองหาผู้จัดการทีมใหม่หลังจบฤดูกาล แต่อาจจะรวมไปถึงแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกทีม ที่เป็ป กวาดิโอล่า อาจจะออกจากตำแหน่งกุนซือก็เป็นได้