สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส

สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส เจ้าม้าลายทีมดังแห่งเมืองตูริน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีตลอดมา ประสบความสำเร็จมากที่สุดใน เซเรีย อา เรามาดูความเป็นมาและพวกเขาสามารถสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร ตามอ่านกันได้เลยครับ

สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส (Juventus Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเมืองตูริน ปิเอมอนเต ประเทศอิตาลี ที่ลงแข่งขันในกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของฟุตบอลอิตาลี ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 1897 โดยกลุ่มของนักเรียน Torinese สโมสรได้สวมใส่ชุดเหย้าสีดำและสีขาวลายตั้งแต่ 1903 และมีการเล่นแมตช์ในบ้านพื้นที่ความจุล่าสุดเป็น 41,507 ที่นั่ง สนามกีฬายูเวนตุสมีชื่อเล่นว่า La Vecchia Signora แปลว่า หญิงชรา เป็นฉายาเดียวกับแฮร์ธาเบอร์ลิน ในบุนเดสลีกา เยอรมนี

ยูเวนตุสนั้นเดิมทีแล้ว พวกเขาเล่นในชุดเสื้อสีชมพูผูกไทสีดำ แต่เมื่อทำการซักอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สีจางลงมากจนในปี 1903 สโมสรพยายามหาเสื้อใหม่มาแทนที่ ในสีที่ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดีกว่า จึงถามหนึ่งในสมาชิกทีมของพวกเขา จอห์น ซาเวจ ชาวอังกฤษ ซึ่งเขามีเพื่อนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในนอตทิงแฮม เป็นผู้สนับสนุนของน็อตต์สเคาน์ตี้ ได้ส่งเสื้อลายทางขาวดำไปให้ที่เมืองตูริน ยูเวนตุสจึงได้สวมเสื้อดังกล่าวตั้งแต่นั้นมา โดยพิจารณาจากสีสันที่ดุดันและทรงพลัง เลยเปลี่ยนเป็นสวมเสื้อลายทางขาวดำ กางเกงขาสั้นสีขาว บางครั้งก็เป็นกางเกงสีดำมาตั้งแต่ปี 1903 

ส่วนตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของยูเวนตุส ได้รับการดัดแปลงกันมาเรื่อย ๆ ต่อมาในเดือนมกราคม 2017 ประธาน Andrea Agnelli ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ครั้งล่าสุด ซึ่งโลโก้แบบใหม่ของยูเวนตุสเป็นโลโก้แบบที่ 10 โดยโลโก้แรกออกแบบในปี 1905 ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก 8 ครั้ง (1921, 1929, 1931, 1940, 1971, 1979, 1990 และโลโก้ที่คุ้นตาในช่วงหลังเริ่มใช้เมื่อปี 2004)

ตราใหม่ของสโมสรยูเวนตุนนี้ จะมีป้ายแสดงคำว่า Juventus ที่ด้านบน โดยเป็นตัวพิมพ์ใหญ่สองตัวแสดงอยู่ด้วยกัน แต่อยู่ในแบบอักษรที่แตกต่างกัน โดยมีช่องเล็ก ๆ คั่นระหว่างกลาง กล่าวว่าตราดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง “วิถีชีวิตของ Juventus” ได้เป็นอย่างดี

สนามเหย้าของสโมสรในปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรขึ้นมาในปี ค.ศ. 1897 มาจนถึงปัจจุบัน สโมสรได้เปลี่ยนสนามเหย้ามาแล้วทั้งหมด 5 สนาม โดยแยกตามปีได้ดังนี้

สนามเวโลโดรโมอัมเบรโตปี ค.ศ. 1904 ถึง ค.ศ. 1909

สนามสตาดีโอดีคอร์ซีเซบาสโนโปลี ใช้ในช่วงปี ค.ศ. 1909 ถึง ค.ศ. 1922

สนามสตาดีโอดีคอร์โซมาร์ซีเกลีย ใช้ในช่วงปี ค.ศ. 1923 ถึง ค.ศ. 1933

สนามสตาดีโอโอลิมปีโกโตริโน ใช้ในช่วงปี ค.ศ. 1933 ถึง ค.ศ. 1990 และค.ศ. 2006 ถึง ค.ศ. 2011 

สนามสตาดีโอเดลเลอัลปี ใช้ในช่วงปี ค.ศ. 1990 ถึง ค.ศ. 2006

สนามยุเวนตุสสเตเดียม ใช้ในช่วงปี ค.ศ. 2011 จนถึงปัจจุบัน

         ท่านทั้งหลายคงได้เห็นซึ่งความเป็นมาของสโมสรยุเวนตุสแล้ว ได้มีการเจริญเติบโตมาเป็นเช่นใด  ในตอนนี้ภารกิจที่เร่งด่วนของเจ้าม้าลายนั้น ก็คงต้องกอบกู้ฟอร์มการเล่นขึ้นมาให้ดีขึ้นกว่าเดิม และพร้อมกับกู้แชมป์กลับมาให้ได้.

สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิค

สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิค หรือฉายาว่า เสือใต้ เป็นอีกทีมยิ่งใหญ่ที่สร้างผลงานสุดประทับใจเอาไว้ไม่น้อยทีเดียว มีชื่อเสียงในด้านฝีไม้ลายมือโด่งดังไปทั่วทุกมุมโลก หลายคนจำวาทะอมตะที่ว่า “ฟุตบอลคือเกมง่าย ๆ คน 22 คนวิ่งไล่ลูกฟุตบอล สุดท้ายเยอรมันเป็นฝ่ายชนะเสมอ” ซึ่งเป็นของ แกรี่ ลินิเกอร์ เป็นเรื่องราวในฟุตบอลบุนเดสลีกา ซึ่งเป็นลีกสูงสุดแดนอินทรีเหล็ก ท่อนสุดท้ายคงต้องเปลี่ยนเป็น “สุดท้ายบาเยิร์นมิวนิคก็ได้แชมป์เสมอ” ถึงจะตรงที่สุด เพราะอะไรหรือตามมาอ่านกันเลยครับ

สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิค มีฐานแฟนอยู่เป็นจำนวนมากในทุกพื้นที่ แน่นอนได้เลยว่าบาเยิร์นมิวนิคในวันนี้ คงไม่มีใครสามารถเทียบชั้นได้ง่าย ๆ เพราะการเรียนรู้ การฝึกฝน และยังมีการพัฒนาต่อยอดทีมอย่างไม่หยุดยั้ง จนทำให้เป็นกุญแจสำคัญที่ทีมบาเยิร์นมิวนิค ยึดถือเอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่น แม้ว่าบางทีทีมก็พบกับอุปสรรคมากมายขนาดใหนก็ตาม แต่ก็ยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้เสมอ ที่นี่จึงเป็นทีมในฝันของนักเตะหลาย ๆ คน ที่อยากเข้ามาร่วมเล่นให้กับทีมด้วย

สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิค หรือสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมึนเซิน (FC Bayern München) เป็นสโมสรหนึ่งในประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ที่นครมิวนิค รัฐบาเยิร์น เป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นภายในสโมสรกีฬายิมนาสติกของเมืองมิวนิค ต่อมาเกิดกรณีขัดแย้งกันขึ้น เป็นประเด็นในเรื่องที่ว่าฝ่ายฟุตบอลจะไม่ได้เข้าร่วมกับ DFB ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์  1900 โดยกลุ่มนักฟุตบอล 11 คน ที่นำโดย ฟรันทซ์ จอห์น สมาชิกทั้งหมดในฝ่ายของฟุตบอลจึงได้แยกออกมา แล้วไปตั้งเป็นฟุตบอลคลับขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อว่า Fußball- Club Bayern München แม้ทีมพวกเขาจะชนะเลิศลีกสูงสุดสมัยแรกใน ค.ศ. 1932 ทว่าสโมสรกลับไม่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันฤดูกาลแรกของบุนเดสลีกา ใน ค.ศ. 1963 พวกเขาประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงกลางทศวรรษ 1970 ภายใต้การนำของกัปตันทีมอย่าง ฟรันทซ์ เป็คเคินเบาเออร์ ผู้ที่พาสโมสรชนะเลิศยูโรเปียนคัพ 3 สมัยติดต่อกันระหว่าง ค.ศ. 1974-1976

บาเยิร์นมิวนิคเป็นสโมสรที่ใช้ระบบสมาชิกกว่า 162,187 คน นอกจากนี้ยังมี 2,764 คนที่ลงทะเบียนแฟนคลับอย่างเป็นทางการร่วมกับ 192,162 คน สโมสรบาเยิร์นมิวนิคยังมีหน่วยงานด้านกีฬาอื่น ๆ อีกคือ หมากรุก, แฮนด์บอล, ยิมนาสติก, โบว์ลิ่ง, ปิงปอง, ผู้ตัดสินและทีมฟุตบอลอาวุโสรวมกันมีสมาชิกใช้งานมากกว่า 1,100 คน สีประจำสโมสรคือสีแดงและสีขาว พวกเขาใช้สนามอัลลีอันทซ์อาเรนาเป็นสนามเหย้า ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองมิวนิค เริ่มก่อสร้างวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2545 เสร็จสมบูรณ์วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2548 รวมค่าก่อสร้างทั้งหมด 340 ล้านยูโร ความจุ 75,024 ที่นั่ง มีชื่อเล่นว่า เรือยาง

สโมสรบาเยิร์นมิวนิคถือเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งพวกเขาสามารถสร้างผลงานโดยทำได้ดังนี้

สโมสรได้คว้าแชมป์ลีกสูงสุด (บุนเดสลีกา) ของเยอรมันมาครองได้มากถึง 30 สมัย

เป็นแชมป์สโมสรโลก 4 สมัย

ยูโรเปียนคัพ / ยูฟ่าแชมเปียนลีก 6 สมัย

ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย

ยูฟ่าคัพ 1 สมัย

         สโมสรบาเยิร์นมิวนิคเป็นทีมที่เหนือชั้นอย่างมาก ทั้งเกมในประเทศของพวกเขา ไม่มีอะไรที่ต้องพิสูจน์อีกต่อไป เพราะพวกเขาเหนือชั้นกว่าเพื่อนร่วมลีกอยู่หลายช่วงตัว ตอนนี้ในศึกบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2022-2023 ทีมเสือใต้อยู่ในอันดับ 3 ของตาราง ถึงแม้ว่าบางปีอาจจะตะกุกตะกัก  แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะพลิกสถานการณ์กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง.

สโมสรเลสเตอร์ซิตี้

สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ทีมชื่อดังของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เป็นทีมที่ชาวไทยเข้าไปเทคโอเวอร์ตั้งแต่อยู่ในลีกรอง ก่อนจะพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเหลือเชื่อในปี 2016 สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ มีชื่อเดิมว่า สโมสรเลสเตอร์ ฟอสส์ เอฟซี (Leicester Fosse FC) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1884 ตั้งอยู่ในเมืองเลสเตอร์ เขตอีสต์ มิดแลนด์ของประเทศอังกฤษ จากจุดกำเนิดของสโมสรเริ่มต้นขึ้นจากนักบวชกลุ่มหนึ่ง ที่หลายคนศึกษาเล่าเรียนและเติบโตมาจากโรงเรียนเก่าแก่วิกเกสตัน (Wyggeston School) บนถนนเซาธ์เกต

บาทหลวงเลเวสลีน เอช พาร์สัน และลูกศิษย์ของท่าน ได้พูดถึงอนาคตอันน่าตื่นเต้น เกี่ยวกับการก่อตั้งสโมสรฟุตบอลใหม่ และการรวมตัวกันในครั้งนั้นก่อให้เกิดการก่อตั้งคณะกรรมการประจำสโมสรขึ้นมา โดยแต่ละคนลงทุนก่อตั้งสโมสรกันด้วยเงินลงทุนคนละ 9 เพนซ์ และลงเพิ่มอีกคนละ 9 เพสซ์ เพื่อนำไปซื้อลูกฟุตบอล เดอะ ฟอสส์ เวย์ (The Fosse Way) เป็นชื่อถนนเก่าแก่ในอาณาจักรโรมัน ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของสโมสรใหม่แห่งนี้ และที่มีของชื่อนี้ก็คือ ถนนที่เชื่อมระหว่างภาคตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษนั่นเอง

โดยการแข่งขันนักแรกของสโมสร ตามที่ได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือพิมพ์เดอะมิร์เรอร์ว่า เลสเตอร์ฟอสซีแข่งขันนัดแรกเป็นฝ่ายชนะซิสตันฟอสส์ (Syston Fosse) ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 1884 โดยเล่นในสนามละแวกถนนฟอสส์ชื่อ วิกตอเรียพาร์ก (Victoria Park) ที่แตกต่างจากทีมอื่นคือเลสเตอร์ซิตี้มีสนามเหย้าของตัวเองก่อนการประกาศก่อตั้งสโมสรอย่างเป็นทางการ เนื่องจากในปี ค.ศ. 1886 เมื่อมีสมาชิกของสโมสรครบ 40 คน ทีมจึงประกาศอย่างเป็นทางการว่าปี ค.ศ. 1886 เป็นปีก่อตั้งอย่างเป็นทางการ ทางทีมของพวกเขาได้เข้าร่วมสมาคมฟุตบอลอังกฤษในปี 1890 ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นเลสเตอร์ซิตี้ในปี ค.ศ. 1919 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่พวกเขาได้ลงแข่งขันในระดับภูมิภาค จึงเปลี่ยนชื่อทีมตามชื่อเมืองเพื่อเป็นตัวแทนการแข่งขัน เลยได้ใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไทยคิงพาวเวอร์ ได้เข้าไปซื้อกิจการในปี 2010 มาจนถึงตอนนี้ เขาเข้าไปซื้อกิจการเพียง 4 ปีเท่านั้น ก็สามารถก้าวขึ้นเป็นแชมป์ในฤดูกาล 2013-2014 เดอะแชมป์เปี้ยนชิป จึงทำให้ผลงานเป็นที่รู้จักและเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลก เพราะคิดว่าเป็นทีมม้ามืด ที่เอาชนะทีมดังอย่างมากมายมาอย่างคาดไม่ถึง พวกเขากลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2015-16

ส่วนในเรื่องตราสโมสรหรือโลโก้นั้น เริ่มมีการใช้ครั้งแรกในปี 1948 จะเห็นว่ามีรูปสุนัขจิ้งจอกอยู่ในตราด้วย เพราะเมืองที่ตั้งอยู่นั้นมีสุนัขจิ้งจอกเป็นจำนวนมากนั่นเอง ได้มีการปรับเปลี่ยนมาเรื่อย ๆ ถึงปัจจุบันมีรูปหน้าสนุขจิ้งจอกสีเหลืองเข้ม และเพิ่มตัวอักษร Leicester City Football Club ลงไป และปรับรายละเอียดครั้งสุดท้ายด้วยการเพิ่มสีขาวในแก้มของสุนัขจิ้งจอกบนตราสโมสร เลสเตอร์ซิตี้ใช้สีน้ำเงินและขาวเป็นสีประจำสโมสร จึงได้รับฉายาว่าจิ้งจอกสีน้ำเงิน หรือ จิ้งจอกสยามที่แฟนบอลชาวไทยเรียกกัน

สโมสรเลสเตอร์ซิตี้เป็นทีมที่ผ่านสมรภูมิลูกหนังมาอย่างยาวนาน ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ นานัปการมา มีทั้งสุขทั้งทุกข์ผสมปนเปกันไป ทั้งหมดพวกเขาผ่านมาได้ก็ด้วยความมีใจสู้ จนได้เป็นเลสเตอร์อย่างทุกวันนี้.

สโมสรฟุตบอลเอซี มิลาน

เอซี มิลาน หรือ รอสโซเนรี่ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เป็นสโมสรฟุตบอลชั้นนำที่แสดงผลงานมาได้อย่างดี เรียกได้ว่าเกือบจะทุกเกมทีเดียว แต่ลูกกลม ๆ นะ ยังไงก็ต้องมีพลาดกันบ้างไม่มากก็น้อย และในลีกฤดูกาลนี้ยังไม่แพ้ใคร เริ่มสนใจแล้วใช่ไหมครับ เราไปดูต้นกำเนิดและความเป็นของ เอซีมิลานกัน ว่าเป็นอย่างไร ตามอ่านกันได้เลยครับ

สโมสรฟุตบอลมิลาน หรือ เอซี มิลาน เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองมิลาน ในประเทศอิตาลี ได้ก่อตั้งสโมสรขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1899 โดยชาวอังกฤษสามคนได้พูดคุยกันที่ห้องหนึ่งในโรงแรม โฮเตล ดู นอร์ และเกิดความคิดที่จะสร้างสโมสรคริกเกตและฟุตบอลชื่อ Milan Football and Cricket Club ซึ่งตอนเริ่มก่อตั้งใหม่ ๆ คลับแห่งนี้เน้นไปที่คริกเกตมากกว่า แต่เมื่อข่าวค่อย ๆ แพร่กระจายออกไป ก็มีผู้คนให้การสนับสนุนฟุตบอลมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีอัลเฟรด เอ็ดเวอร์ดส์ ทำหน้าที่ประธานสโมสรเป็นคนแรก

หลังจากที่ไปขึ้นทะเบียนกับสหภาพฟุตบอลอิตาเลียนแล้ว ทีมก็ได้เข้าร่วมชิงชัยในฟุตบอล รวมทั้งเริ่มสร้างสนามเพื่อใช้ในการเป็นเจ้าบ้าน โดยทำการสร้างสนามที่บริเวณทรอตเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันก็คือสถานีรถไฟกลางนั่นเอง สโมสรลงเล่นบนลีกสูงสุดของฟุตบอลอิตาลี หรือเซเรีย อา เกือบครบทุกฤดูกาลนับตั้งแต่ฤดูกาล 1929–30 ยกเว้นฤดูกาล 1980–81 และ 1982–83  มิลานเป็นหนึ่งในสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในอิตาลีและในโลกฟุตบอล มิลานเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง จี – 14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรป แต่ต่อมาได้ยุบตัวและถูกแทนที่โดยสมาคมสโมสรฟุตบอลยุโรป

สนามเหย้าของเอซี มิลานคือซานซีโร่ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ สตาดีโอจูเซปเปเมอัซซา ซึ่งเป็นสนามประจำเมืองมิลาน เป็นสนามเหย้าร่วมกับคู่ปรับร่วมเมืองอย่างอินเตอร์ มิลาน และเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี โดยสนามซานซีโร สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1926 ใช้เวลาในการสร้างทั้งหมด 1 ปี โดยสามารถจุผู้ชมได้ 10,000 ที่นั่ง ต่อมาในปี ค.ศ. 1939 ได้มีการปรับปรุงสนามซานซีโร เพื่อให้สามารถรองรับแฟนบอลได้มากขึ้น โดยครั้งนี้ได้เพิ่มจำนวนที่นั่งขึ้นไปเป็น 55,000 ที่นั่ง ในปี ค.ศ. 1986 ได้มีการปรับปรุงสนามซานซีโรอีกครั้งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นสนามในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 1990 เพิ่มความจุของที่นั่งเป็น 85,700 ที่นั่ง

ในต้นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2015 คุณบี เตชะอุบล  นักธุรกิจชาวไทยได้ซื้อหุ้นของสโมสรบางส่วน โดยที่ประธานสโมสรยังคงเป็น ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี อยู่ สโมสรเอซี มิลานเป็นคู่ปรับตลอดกาลกับอินเตอร์ มิลาน ซึ่งการพบกันของทั้งคู่ถูกเรียกว่าแดร์บีเดลลามาดอนนีนา นับเป็นหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลดาร์บีที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก

เกียรติประวัติ

ระดับประเทศ

เซเรียอา  ชนะเลิศ 18 สมัย

เซเรียบี  ชนะเลิศ 2 สมัย

โกปปาอีตาเลีย  ชนะเลิศ 5 สมัย

ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา  ชนะเลิศ 7 สมัย

ระดับทวีปยุโรป

ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ชนะเลิศ 7 สมัย

ยูโรเปียนคัพวินเนอร์สรัพ  ชนะเลิศ 2 สมัย

ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ/ยูฟ่าซูเปอร์คัพ  ชนะเลิศ 5 สมัย

ระดับโลก

อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ  ชนะเลิศ 3 สมัย

ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก  ชนะเลิศ  1 สมัย

ในซีชั่นนี้ ปีศาจแดงดำ มิลาน สานต่อฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงในกัลโช เซเรีย อา อิตาลี อีกหนึ่งฤดูกาล เป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามอง และน่าให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง.

มาทำความรู้จักกับ TOP 5 นักกีฬาฟุตบอลที่รวยที่สุดในโลกที่คุณอาจจะต้องตะลึง

กีฬาฟุตบอลนั้นถือว่าเป็นกีฬาที่โด่งดังมากในไทยและในระดับโลก มีการแข่งขันมาแล้วมากมายจนนับไม่ถ้วน ด้วยความที่เป็นกีฬายอดนิยมและมีแฟนบอลเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากทำให้รายได้ของนักกีฬานั้นก็พุ่งขึ้นสูงตามยิ่งตัวเต็งหลักๆยิ่งจำนวนเงินเยอะ นอกจากเด่นดังในวงการฟุตบอลแล้วการที่จะได้ระดับนี้ฝีมือต้องเก่งเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาเผยรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลที่รวยเป็นอันดับต้นๆของโลกให้ทุกคนได้รู้จักกันดังนี้

อันดับที่ 1 ฟาอิค เจฟรี โบลเกียห์ 

         หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักเจ้าชายนักเตะฟุตบอลมืออาชีพจากประเทศบรูไน ฟาอิค เจฟรี โบเกียห์มีฝีมือในการเตะฟุตบอลและมีสินทรัพย์เยอะที่สุดในโลกของวงการนักฟุตบอลเลยก็ว่าได้เพราะเขานั้นมีทรัพย์สินอยู่ที่ 147 พันล้านปอนด์หรือ 2 พันล้านล้านดอลลาร์ และเป็นลูกหลานเชื้อพระวงศ์ของบรูไน  นอกจากสินทรัพย์แล้วยังทำรายได้ของตัวเองได้หลักแสนต่อเดือนไม่รวมกับโฆษณาและสปอนเซอร์ต่างๆที่เข้ามา

อันดับที่ 2 คริสเตียนโน โรนัลโด

         ชื่อนี้ไม่มีทางที่แฟนบอลจะไม่รู้จักเพราะคริสเตียนโน โรนัลโดเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงและโด่งดังมาตลอดกาลและมีคนติดตามใน IG เยอะที่สุด คริสเตียนโน โรนัลโดสังกัดอยู่ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและมีทรัพย์สินมากถึง 339 ล้านปอนด์ และได้รับเงินสูงสุดสัปดาห์ละ 663,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ไม่รวมกับการเซ็นสัญญากับรองเท้ากีฬาชื่อดังระดับโลกที่ได้รับการสนับสนุนเขาอย่างมากมายบอกได้เลยว่านักเตะยอดนิยมตลอดกาลเลยล่ะคนนี้ ซึ่งตอนนี้โรนัลโด้ ค้าแข่งอยู่กับ แมนยู ที่จบอันดับ 6 ใน ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ปีล่าสุดนี้

อันดับที่ 3 ลิโอเนล เมสซี่

         แค่ได้ยินคำว่า เมสซี่ หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกันดีเพราะเค้าคือ ลิโอเนล เมสซี่ นักฟุตบอลมืออาชีพชื่อดังที่มีความเก่งมากที่สุดในโลกคนนึงของวงการนักฟุตบอล เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจยิ่งเก่งแบบนี้ความรวยก็มีมากพอๆกับฝีมือเหมือนกันเมสซี่มีทรัพย์สินอยู่ที่ 295 ล้านปอนด์ ปัจจุบันเค้าสามารถทำรายได้ไป 600000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ถือว่าเยอะที่สุดในโลกไม่รวมกับแบรนด์สินค้าดังที่เซ็นสัญญาอีกมากมาย

อันดับที่ 4 เนย์มาร์ จูเนียร์

         เนย์มาร์ นักฟุตบอลชาวบราซิลที่เติบโตมากจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยนักแต่ด้วยความสามารถและพรสวรรค์ที่เค้ามีรวมถึงความทุ่มเทให้กับกีฬาฟุตบอลทำให้เค้าก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะชื่อดังที่มีทรัพย์สินสูงสุดอยู่ที่ 147 ล้านปอนด์โดยปัจจุบันได้รับค่าเหนื่อยเป็นอันดับต้นๆของโลกไปด้วยจำนวนเงิน 51.9 ล้านปอนด์ต่อปี

อันดับที่ 5 ชลาตัน อิบราฮิมโมวิช

         นักเตะกองหน้าชื่อดังชาวสวีเดนคนสุดท้ายที่มีรายได้ที่สูงที่สุดของโลก ปัจจุบันนั้นเค้ามีทรัพย์สินสูงถึง 143 ล้านปอนด์และได้รับค่าเหนื่อย 3.5 ล้านยูโรต่อปีแค่คิดเป็นเงินไทยก็มากมายมหาศาลจนใช้กันแทบไม่หมดเลยทีเดียว ขลาตันเป็นนักเตะที่มีภาพลักษณ์และความสามารถที่ยอดเยี่ยมทำให้สปอนเซอร์ต่างๆเข้าถึงเค้าอย่างต่อเนื่อง

นักกีฬาทั้ง 5 คนทั้งเก่งและมีความนิยมสูงก็จะทำให้โฆษณาต่างๆเข้ามาหาตัวนักกีฬาและสามารถเพิ่มมูลค่าตนเองและสินค้าได้มากยิ่งขึ้นไปอีกบอกเลยว่า ยิ่งเก่ง ยิ่งดัง ก็จะยิ่งรวยแบบที่ไม่เคยคาดคิดเลยทีเดียว

เปิดประวัติ สโมสร สุโขทัย เอฟซี สโมสรที่มีแฟนบอลเหนียวแน่นก้าวผ่านมากับทุกความสำเร็จด้วยกัน

            สโมสร สุโขทัย เอฟซี เป็นสโมสรฟุตบอลที่จัดตั้งอยู่ที่ สนามทะเลหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เป็นสโมสรฟุตบอลที่เป็นมืออาชีพและอันดับต้นๆของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 มีฉายาว่า ค้างคาวไฟ และมีผู้ฝึกสอนให้กับนักกีฬาคือ เดนนิส อามาโต นั่นเอง โดยสโมสรของเรานั้นมีบริษัท สุโขทัยฟุตบอลคลับ จำกัด เป็นเจ้าของสโมสร และสุโขทัยเอฟซีนั้นได้มีการเข้าแข่งขันในรอบลึกที่สุดในปี 2559 เป็นครั้งแรกของฤดูกาล ด้วยคุณภาพและความสามารถของนักฟุตบอลในทีม ยังทำให้สโมสรนั้นได้รับรางวัลชนะเลิศคู่กับ ช้าง เอเอฟคัพ ในปี 2559 เช่นเดียวกัน จนถึงการเข้าแช่งขันเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ต่อมาในปี 2560 นั่นเอง บอกได้เลยว่าสโมสรสุโขทัยเอฟซีนั้นมีความเก่งกาจที่ไม่แพ้ใครที่ไหนอย่างแน่นอน

สโมสรได้เปลื่ยนแปลงสัญลักษณ์ของสโมสร โดยเพิ่มเติม สีเขียว, สีเหลือง, และ สีแดง ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัด เข้าไปอยู่ในตราสโมสร พร้อมกับแต่งตั้ง อิสระ ศรีทะโร[1] โดยในปีแรกที่เข้ามาบริหารสโมสร สโมสรทำผลงานได้อันดับที่ 3 ในการแข่งขัน ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 2556 โซนภาคเหนือ ผ่านเข้าไปแข่งขันในรอบแชมป์เปี้ยนลีก แต่ไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ โดยจบอันดับที่ 3 ในสาย B พลาดการเลื่อนชั้นแค่คะแนนเดียว

ปีต่อมา สโมสรฯ เปลื่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็น ชูศักดิ์ ศรีภูมิ และในปีนี้เองสโมสรสามารถจบฤดูกาลแข่งขันปกติด้วยตำแหน่งชนะเลิศ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 2557 โซนภาคเหนือ พร้อมกับไปแข่งขันในรอบแชมป์เปี้ยนลีก เป็นปีที่ 2 และสามารถเลื่อนชั้นไปแข่งขัน ไทยลีกดิวิชัน 1 ได้สำเร็จในปีนี้เอง

ต่อมาในฤดูกาล 2556  ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆอย่างขึ้นไม่ส่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนฝ่ายบริหาร สัญลักษณ์สโมสร รวมถึงการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่  ในการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหารนั้นได้เปลี่ยประธานสมาคมคนใหม่เป็น นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งเดิมเป็น นาย จักรินทร์ เปลี่ยนวงศ์ ประธานสโมสรคนเก่านั่นเอง และยังมีการเพิ่มสีใหม่สามสีเข้าไปในตราสัญลักษณ์ของสโมสรนั่นก็คือ เขียว เหลือง แดง เพราะเป็นสีประจำจังหวัดทำให้สัญลักษณ์มีความโดดเด่นและชูจังหวัดตนเองมากขึ้น หลังจากที่ทำการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ทางสโมสรก็ได้รับรางวัลในการแข่งขันหลีกภูมิภาค ในดิวิชั่น 2 เป็นอันดับที่ 3 ซึ่งเป็นรางวัลผลงานชิ้นแรกจาก นาย อิสระ ศรีทะโร ผู้บริหารสโมสรคนใหม่ของสุโขทัยเอฟซี จึงทำให้สามารถผ่านเข้าไปในรอบแชมเปี้ยนลึกแต่ไม่สามารถครอบครองความสำเร็จได้ จนใน_ทยหลังสโมสรได้เปลี่ยนผู้ฝึกให้เป็น นาย ชูศักดิ์ ศรีภูมิ ด้วยความสามารถที่มากล้นจึงทำให้ทีมสโมสรฟุตบอลของสุโขทัยเอฟซีรับรางวัลชนะเลิศในรอบลีกภูมิภาคและได้เลื่อนขั้นเข้าไปแข่งในดิวิชั่น 1 ได้ประสบความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจที่สุด

https://platform.twitter.com/widgets.js

ตารางบอล ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กำลังกลับมา!

หลังจากที่จบรอบแบ่งกลุ่มไป 2 เดือนกว่าๆ ศึก ตารางบอล ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกำลังจะกลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายในช่วงกลางสัปดาห์นี้ ซึ่งฤดูกาลนี้เกิดเรื่องที่น่าเหลื่อเชื่อขึ้นก็คือบรรดา 16 ทีมที่ผ่านเข้ารอบมานั้นมาจาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรปทั้งนั้น ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นเลยด้วย ที่ไม่มีทีมเล็กจากลีกรองที่หลุดรอดมาได้ในรอบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้รอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาลนี้น่าสนใจก็คือความสนุกสูสีที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง เพราะหลังจากที่การจับฉลากประกบคู่ออกมาแล้วนั้นล้วนเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อที่ต้องมาพบกันทั้งสิ้น ทำให้รอบนี้ยังไม่สามารถมองออกได้เลยว่าจะมีทีมไหนที่จะสามารถผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปได้ เพราะจากด้วยการมาจากลีกใหญ่ทั้งนั้น ทำให้ศักยภาพของแต่ละทีมก็ค่อนข้างสูสี และไม่ห่างกันมากนัก แถมการจับฉลากประกบคู่ก็เป็นใจให้เกิดวามได้เปรียบเสียเปรียบน้อยลงไปอีก ซึ่งอันที่จริงก็มีทีมที่ดูว่าจะอ่อนกว่าทีมอื่นๆ อยู่บ้าง แต่การจับฉลากที่ออกมาทำให้ 2 ทีมนั้นดันโคจรมาพบกันเอง ซึ่งนี่จะเป็นบทวิเคราะห์ และความน่าสนใจของ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฤดูกาลนี้

  • โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี) พบ ปารีส แซงต์แชร์แมง (ฝรั่งเศส)
  • รีล มาดริด (สเปน) vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)
  • อตาลันตา (อิตาลี) vs บาเลนเซีย (สเปน)
  • แอตเลติโก้ มาดริด (สเปน) vs ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
  • เชลซี (อังกฤษ) vs บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี)
  • โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส) vs ยูเวนตุส (อิตาลี)
  • ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (อังกฤษ) vs แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี)
  • นาโปลี (อิตาลี) vs บาร์เซโลน่า (สเปน)

วิเคราะห์ ตารางบอล แอตเลติโก้ มาดริด vs ลิเวอร์พูล

เริ่มกันที่คู่แรกที่ แอตเลติโก มาดริด ที่จะต้องเปิดรังรับมือกับแชมป์เก่า ตารางบอล ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่าง ลิเวอร์พูล ก่อน ซึ่ง ก่อนพบกันสถานการณ์ของทั้ง 2 ทีมค่อนข้างต่างกันมาก เมื่อแอตเลติโก มาดริด กำลังประสบปัญหาในเรื่องของการบาดเจ็บของตัวผู้เล่นและผลงานในสนามที่ตอนนี้ถูกจ่าฝูงอย่างเรอัล มาดริดทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ แล้ว สวนทางกับลิเวอร์พูลที่ผลงานสุดยอดมาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ถึงแม้ว่ารอบแบ่งกลุ่มพวกเขาจะผ่านเข้ามาอย่างลำบากกว่าที่คาดไว้ก็ตาม แต่ถึงแม้ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าทีม “หงส์แดง” จะดูดีกว่าเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังประมาทลูกทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ไม่ได้ เพราะด้วยการเล่นเพียง 2 นัดแบบเหย้าเยือน ทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งแอตเลติโก มาดริดมีจุดเด่นในเรื่องของเกมรับอยู่แล้ว ทำให้ลิเวอร์พูลอาจจะต้องเจอกับการเล่นที่อืดอัดตลอด 180 นาทีในการพบกัน 2 นัด ทำให้ลิเวอร์พูลที่ว่าแน่ อาจจะต้องมาจบเพียงรอบนี้ก็เป็นได้ หากว่าทีม “ตราหมี” มาเข้าฝักในช่วง 2 นัดที่พบกันพอดี ซึ่งแอตเลติโก มาดริดก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะเอาชนะลิเวอร์พูลได้ด้วย แต่ว่าฤดูกาลนี้พวกเขายังไม่มีช่วงเวลาที่เล่นได้ดีแบบต่อเนื่องเลย

วิเคราะห์บอล โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พบ ปารีส แซงต์แชร์แมง

            คู่ที่น่าสนุก และน่าดูชมอีกคู่ก็คือการพบกันระหว่างโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ที่จะพบกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นการแข่งกันทำประตูอย่างแน่นอน เพราะทั้ง 2 ทีมขึ้นชื่อเรื่องการเล่นฟุตบอลเกมรุก และผลงานในระยะหลังก็ยิงประตูใส่คู่แข่งได้ถล่มทลายทั้ง 2 ทีม ซึ่งนัดล่าสุดในลีกก็พึ่งจะทำกันไปทีมละ 4 ประตู ซึ่งถูกมองว่าน่าจะเป็นคู่ที่มีการทำประตูรวมกันมากที่สุดในรอบนี้เลยทีเดียว

วิเคราะห์ ตารางบอล ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์vs แอร์เบ ไลป์ซิก

            ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จะได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของไลป์ซิกก่อนในสัปดาห์นี้ ซึ่งทีมเยือนพึ่งมาเรียกฟอร์มเก่งคืนได้พอดีในการถล่มแวร์เดอร์ เบรเมน 3-0 ใน ตารางบอล ศึกบุนเดสลีก้า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ควานหาชัยชนะไม่เจอมา 3 นัดแล้ว ส่วนทางทีม “ไก่เดือยทอง” ก็ฟอร์มยังไม่คงที่เท่าไหร่นัก เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลัก อีกทั้งโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสก็ขึ้นชื่อเรื่องของการคุมทีมบอลถ้วย และเขาไปคุมทีมไหนก็ค่อนข้างการันตีการเป็นแชมป์ให้กับทีมนั้นอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าไลป์ซิกจะมาแรงมากในฤดูกาลนี้ก็ตาม แต่การเจอกันตอนนี้ยังมองไม่ออกเลยด้วยว่าผลการแข่งขันจาะออกมาอย่างไร

วิเคราะห์บอล อตาลันตา vs บาเลนเซีย

            อตาลันต้า กับบาเลนเซีย เป็น 2 ทีมที่ก่อนจับฉลากประกบคู่ บรรดาทีมยักษ์ใหญ่ที่ผ่านเข้ารอบมาได้นั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขอจับเจอกับ 2 ทีมนี้ ถึงแม้ว่าบาเลนเซียจะผ่านเข้ามาเป็นที่ 1 ของกลุ่มก็ตาม แต่ผลงานในลีกของพวกเขาก็ไม่ได้โดดเด่นมาก ส่วนอตาลันต้าถึงแม้ว่าจะเป็นทีมที่ชื่อชั้นด้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่จะประมาททีมนี้ไม่ได้ เพราะพวกเขาเป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในกัลโช่ เซเรีย อาในฤดูกาลนี้ และฤดูกาลหน้าพวกเขาก็มีโอกาสสูงที่จะได้กลับมาเตะในรายการนี้อีกครั้ง และหากใครที่ดูทีมนี้ผ่านตามาบ้าง จะรู้เลยว่าทีมดังของเมืองแบร์กาโม่ทีมนี้มีทรงบอลที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งพวกเขาทำประตูเฉลี่ยในลีกต่อนัดในฤดูกาลนี้สูงเกือบ 3 ประตูเลยทีเดียว

วิเคราะห์ ตารางบอล เชลซี vs บาเยิร์น มิวนิค

            ส่วนอีก 4 คู่ที่จะแข่งกันในสัปดาห์หน้า เริ่มที่เชลซี จะต้องต้อนรับการมาเยือนของบาเยิร์น มิวนิคก่อน ซึ่งถือว่าเป็นรีแมตช์นัดชิงชนะลิศเมื่อปี 2012 ที่ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” คว้าแชมป์ได้ถึงถิ่น “เสือใต้” เลยทีเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าบาเยิร์น มิวนิค กำลังอยู่ในช่วงจะยังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มกำลังดีก็ตาม แต่ว่าทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด ก็ใช่ว่าจะกระจอกแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าพวกเขามักจะพลาดท่าให้กับทีมเล็กก็ตาม แต่กับทีมใหญ่แบบนี้เชลซีกลับมีผลงานที่ไม่เลวทีเดียว

วิเคราะห์ ตารางบอล นาโปลี vs บาร์เซโลน่า

            คู่นาโปลี ที่พบกับบาร์เซโลน่า ที่ดูเหมือนว่าจะน่าจะเห็นผู้ชนะแบบชัดเจนในตอนแรก แต่ว่าการเปลี่ยนกุนซือใหม่ของบาร์เซโลน่ามาเป็นกิเก้ เซเตียน ที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อชัยชนะของพวกเขาแต่ละนัดนั้นมาได้อย่างยากเย็น และยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง และยังไม่มีนัดไหนที่น่าประทับใจเลยในการคุมทีมของกุนซือวัย 60 ปีรายนี้ ส่วนทางนาโปลีของเจนนาโร่ กัตตูโซ่ก็เหมือนจะชอบการพบกับทีมใหญ่เสียมากกว่า เมื่อพวกเขาเอาชนะได้ทั้งยูเวนตุส และอินเตอร์ มิลานในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็กลับไปแพ้ให้กับทีมเล็กตลอดเช่นกัน ทำให้การพบกันครั้งนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนเลยว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร

วิเคราะห์บอล โอลิมปิก ลียง vs ยูเวนตุส

            ลียง พบกับยูเวนตุส ที่ถึงแม้ว่ายูเวนตุสดูจะเป็นต่ออยู่พอสมควร แต่ความสม่ำเสมอ และความแน่นอนของทีม “ม้าลาย” ก็ตกลงจากในยุคของมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรีอย่างชัดเจน ส่วนโอลิมปิก ลียงก็มีเกมรุกที่ดีพอที่จะเจาะยูเวนตุสได้ ซึ่งหากว่าผลนัดแรกในบ้านลียงออกมาที่พวกเขาทำได้ดี โอกาสในการเข้ารอบของทีมจากฝรั่งเศสก็จะเปิดกว้างทันที

วิเคราะห์บอล รีล มาดริด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

            ถึงแม้ว่าทุกคู่กล่าวมาจะดูเหมือนบิ๊กแมตช์ทั้งหมด แต่บิ๊กแมตช์ของรอบนี้จริงๆ ต้องยกให้กับคู่ระหว่างเรอัล มาดริด ที่จะพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และยิ่งการที่ทีม “เรือใบสีฟ้า” พึ่งโดนยูฟ่าสั่งแบนห้ามเล่นในถ้วยนี้ในช่วง 2 ฤดูกาลต่อไป ทำให้ฤดูกาลนี้มีความหมายกับเป็ป กวาดิโอล่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี่อาจจะเป็นการคุมทีมศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลสุดท้ายของเขากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้แล้วก็เป็นได้ ซึ่งสโมสรหวังที่จะคว้าแชมป์รายการนี้มาครองเป็นอย่างยิ่ง แต่ดันจับฉลากมาเจอกับเรอัล มาดริดในยุคของซีเนอดีน ซีดาน ที่ดูเหมือนจะถูกโฉลกกับรายการนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้กุนซือชาวฝรั่งเศสคุมทีม “ราชันย์ชุดขาว” มา 3 ฤดูกาล ซึ่งเขาสามารถพาทีมเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของรายการนี้ และที่น่าสนใจคือวิธีการเล่นด้วยว่าจะออกมาในรูปแบบใด และเป็นการพบกันครั้งแรกในฐานะกุนซือของ 2 ยอดกุนซือแห่งยุคอีกด้วย

แชมป์สมัยที่ 3 ของ ตารางบอล พรีเมียร์ลีกไม่ได้ ก็อาจจะไม่รอด !!!

จากการที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีม ตารางบอล แชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อ 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ถูกสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือว่าทาง ยูฟ่า ลงดาบในกรณีที่พวกเขาไปละเมิดกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ หรือว่ากฏกำกับการเงินนั่นเอง ซึ่งทีม “เรือใบสีฟ้า” ต้องถูกแบนจากการเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นเวลาถึง 2 ฤดูกาล ซึ่งมีผลทันที บวกกับโดนปรับเงินไปอีก 30 ล้านยูโร ซึ่งทำให้สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกนั้นมีความคึกคักทวีคูณขึ้นไปอีก

            เมื่อโควต้าในการไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าจะตกมาให้กับทีมที่จบอันดับที่ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีกทันที ในกรณีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังสามารถรั้งตำแหน่งหัว ตารางบอล ตารางอันดับของพรีเมียร์ลีก ไว้ได้อยู่แบบนี้จนจบฤดูกาล ทำให้จากตอนแรกที่มองว่าโควต้านี้เหลือที่เดียวคือตำแหน่งอันดับที่ 4 ของเชลซีเท่านั้น เนื่องจาก 3 ทีมหัวตารางอย่างลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเลสเตอร์ ซิตี้ ทำคะแนนหนีห่างทีมตามไปพอสมควรแล้ว แต่ตอนนี้โควต้าเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 อันดับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีทีมที่เข้ามาร่วมวงล่าอันดับที่ 5 เพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน เพราะตอนนี้เอฟเวอร์ตันที่หลังจากแต่งตั้งคาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และหลังจากนั้นดูเหมือนว่าทีม “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” จะโกยคะแนนได้เป็นกระบุง จนทำให้ทะยานจากโซนท้ายตารางขึ้นมาอยู่ในโซนลุ้นพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และบวกกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ไฟแรงที่ทำผลงานได้ดีเกินคาดมากๆ ในฤดูกาลนี้ บวกกับวูล์ฟส์แฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ก็มีมาตรฐานที่ดีตามที่คาดการณ์กันเอาไว้ ซึ่งนี่ยังไม่รวมกับอีก 3 ทีมในกลุ่มท็อป 6 ด้วยซ้ำ ทั้งเชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และรวมไปถึงท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่กลับมาควานหาชัยชนะได้อีกครั้งแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาบาดเจ็บอยู่หลายตำแหน่งก็ตาม

ตารางบอล อันดับคะแนน ณ วันที่ 01/03/2020

RankTeamMatchsWinDrawLoseGFGAPTSNote
1Liverpool272610641779
2Manchester City271836682957
3Leicester City271557542750
4Chelsea FC271359453744
5Manchester United271188412941
6Tottenham Hotspur271179443640
7Sheffield United2710107292540
8Wolves279126383239
9Arsenal278136393637
10Burnley2711412333937

ตัวอย่างกรณีที่ ทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้ไปเล่นใน ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

            ทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาจบอันดับที่ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก และไม่ได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้ ซึ่งผลกระทบต่อสโมสรหลายด้าน

  • ทั้งเรื่องที่พวกเขาต้องเจรจาให้นักเตะหลายคนลดค่าเหนื่อยลงประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์
  • รวมถึงการเจรจาสปอนเซอร์คาดหน้าอกใหม่ที่ไม่สามารถต่อสัญญากับทางเชฟโลเร็ต บริษัทรถยนต์เจ้าใหญ่จากเมืองลุงแซมออกไปได้ ทำให้พวกเขาต้องหาสปอนเซอร์รายใหม่เข้ามาทดแทนเจ้าเดิมที่กำลังจะหมดลงหลังจบฤดูกาลหน้า ซึ่งตอนนี้พณะท่านเอ็ด วู๊ดเวิร์ด ยังไม่สามารถหาสปอนเซอร์รายใหม่เข้ามาได้แต่อย่างใด
  • ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะออกมาประกาศศักดาอยู่ตลอดก็ตามว่าสโมสรนั้นมีเงินเป็นถัง และสามารถทำในเรื่องที่ทีมอื่นทำไม่ได้ แต่หากฤดูกาลนี้พวกเขาไม่สามารถทำอันดับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีกครั้ง จะทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตกระกำลำบากอย่างแน่นอน ทั้งในเรื่องของการเงิน
  • และเรื่องของการซื้อขายนักเตะที่จะต้องมีนักเตะตัวหลักงอแงขอย้ายทีมอย่างแน่นอน เช่น ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสแล้วหนึ่งราย
  • และรวมถึงแผนงานที่พวกเขาวางไว้ในการซื้อนักเตะในช่วงปิดฤดูกาลนี้ ซึ่งดูจากลิสต์รายชื่อนักเตะที่พวกเขาต้องการแล้วล้วนมีแต่ชื่อนักเตะบิ๊กเนม ซึ่งหากว่าพวกเขาไม่สามารถไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ รายชื่อนักเตะที่พวกเขาต้องการเหล่านั้นอาจจะต้องเลิกฝันไปได้เลยทีเดียว
  • ไม่ว่าจะเป็นเจดอน ซานโช่ เอดินสัน กาวานี่ เจมส์ แมดดิสัน แจ็ค กรีลิช หรือว่าราอูล ฮิมิเนซก็ตาม ซึ่งทีมเก่าของนักเตะเหล่านี้ได้ไปเล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรปหลายราย ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานซื้อขายนักเตะของทีม “ปีศาจแดง” ติดขัดแน่นอนในช่วงกลางปีนี้ หากว่าฤดูกาลนี้ผลงานไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้

ความกดดันตอนนี้ตกมาอยู่ที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือนอร์เวย์อย่างเต็มเปา ซึ่งตอนนี้พวกเขาต้องหล่นลงไปอยู่ถึงอันดับที่ 8 ของ ตารางบอล พรีเมียร์ลีกแล้วด้วยซ้ำ หลังจากที่ผลงานลุ่มๆ ดอนๆ แต่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พวกเขากลับทำผลงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ กลับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 5

ซึ่ง กว่าจะได้บรูโน่ แฟร์นันดส์ นั้นใช้เวลานานมาก น่าจะได้ซื้อขายมาตั้งนานแล้ว แต่ก็เพราะการดำเนินการที่ล่าช้าในการซื้อนักเตะ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะได้นักเตะตามที่กุนซือรายนี้ต้องการ แต่ก็ต้องกินเวลามาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนมกราคมเลยทีเดียว กว่าจะได้บรูโน่ แฟร์นันดส์ กองกลางทีมชาติโปรตุเกสมาจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน และโอเดียน อิกาโล่ กองหน้ามากประสบการณ์ที่ยืมตัวมาจากลีกจีนในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ซึ่งการที่โซลชาร์ได้นักเตะตามที่เขาต้องการแล้วนั้น ทำให้หลังจากนี้กุนซือวัย 48 ปีจะหมดข้ออ้าง หรือว่าข้อแก้ตัวในเรื่องของขุมกำลังทีม ที่ตอนนี้ถึงแม้ว่าจะไม่พร้อมเพราะมีตัวหลัก 2 คนยังบาดเจ็บ ทั้งปอล ป็อกบา และมาร์คัส แรชฟอร์ด แต่กุนซือรายนี้ได้ในสิ่งที่กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคนก่อนหน้านี้อย่างโชเซ่ มูรินโญ่ไม่เคยได้เลยก็คือ การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบอร์ดบริหารของสโมสรนั่นเอง



ความโชคดีอย่างจะอยู่ที่ อันดับที่ 5 ของ ตารางบอล พรีเมียร์ลีก

            อันดับที่ 5 ที่เพิ่มเข้ามาเป็นพื้นที่ที่จะได้ไปเตะแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้านั้น จะเป็นหนทางในการเซฟตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของอดีตกองหน้าซุเปอร์ซับของสโมสร ในกรณีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้สำเร็จ ซึ่งการพาทีมกลับไปเตะฟุตบอลถ้วยรายการใหญ่ของสโมสรยุโรปอีกครั้งน่าจะเพียงพอที่จะทำให้บอร์ดบริหารของสโมสรไว้วางใจให้เขาทำทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า ซึ่งเจ้าของทีมก็หวังที่จะให้เป็นเช่นนั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้ไม่ต้องไปจ่ายค่าชดเชยในการไล่ผู้จัดการทีมออกจากตำแหน่งอีกครั้ง ซึ่งหากว่าโซลชาร์ทำสำเร็จเขาน่าจะได้คุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดต่อไปค่อนข้างแน่ แต่หากว่าขนาดอันดับเลื่อนลงมาถึงอันดับ 5 แล้ว แต่ทีม “ปีศาจแดง” กลับไม่สามารถคว้าโควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าได้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ก็คงจะไม่รอดอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าบอร์ดบริหารจะออกมาปกป้องอยู่ตลอดก็ตามในยามที่มีกระแสข่าวว่าเขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างหนักในช่วงระหว่างฤดูกาลที่ผ่านมา

            เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวัลเป็นอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอล “เรด อาร์มี่” ว่าในฤดูกาลนี้ทีมรักจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่เท่าไหร่ และสุดท้ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะถูกแบนห้ามแข่งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกจริงหรือไม่ ซึ่งอันที่จริงในตอนที่ไม่มีอะไรแน่นอนแบบนี้ พวกเขาควรจะเล็งเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ คือการคว้าอันดับ 4 ของตารางให้ได้ เพื่อการันตีแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าพวกเขาจะได้โควต้าอย่างแน่นอน แต่ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นดูเหมือนจะยากลำบาก ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะบุกไปเยือนเชลซีในคืนวันจันทร์ด้วยว่าเป็นอย่างไร หากแพ้ก็เตรียมบอกลาอันดับที่ 4 ได้เลย แต่หากว่าพวกเขาบุกไปเอาชนะได้สำเร็จ โอกาสก็จะกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง ซึ่งที่จริงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะทำให้บอร์ดบริหารมีเวลาที่จะตัดสินใจว่าฤดูกาลหน้าพวกเขาควรจะมีใครเป็นผู้จัดการทีม เพราะจนถึงตอนนี้มีกุนซือยอดฝีมือที่กำลังว่างงานอยู่อย่างน้อย 2 คน ทั้งมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ซึ่งทั้ง 2 กุนซือก็ออกมาให้สัมภาษณ์ตลอดว่ากำลังมองหาทีมใหม่ที่จะคุมในศึกพรีเมียร์ลีกพอดี ซึ่งหากว่าบอร์ดบริหารมีการตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนตอนนี้ จะทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะเลือกกุนซือใหม่ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่หากปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทีม “ปีศาจแดง” อาจจะไม่ใช่ทีมเดียวในระดับท็อป 6 ที่จะมองหาผู้จัดการทีมใหม่หลังจบฤดูกาล แต่อาจจะรวมไปถึงแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกทีม ที่เป็ป กวาดิโอล่า อาจจะออกจากตำแหน่งกุนซือก็เป็นได้

เมื่ออันดับ ตารางบอล ของ “ตราหมี” ถึงทางตัน

            แอตเลติโก มาดริด ทีมในเมืองหลวงของประเทศสเปน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมระดับชั้นนำของศึกลา ลีก้าสเปน และ อยู่ในอันดับต้นๆ ของ ตารางบอลสเปน มากว่าทศวรรษแล้ว โดยเฉพาะหลังจากที่สโมสรทำการแต่งตั้ง ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ อดีตกองกลางทีมชาติอาร์เจนติน่า เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมเมื่อเดือนธันวาคมปี 2011 หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทีม “ตราหมี” ได้กลายเป็นทีมระดับท็อปของลีกตั้งแต่นั้นมา แต่ในเวลานี้ดูเหมือนว่ากุนซือวัย 49 ปีจะต้องเจอกับ

ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดตั้งแต่คุมทีมมาเลยก็ว่าได้ และมันอาจจะมาถึงทางตันของเขาในถิ่นวานด้า เมโทรโปลิตาโน่แล้วด้วยซ้ำ หลังจากที่ฟอร์มของแอตเลติโก มาดริดในระยะหลังนั้นไม่สู้ดีนัก

            อันที่จริงผลงานของทีม “ตราหมี” ในเวลานี้ไม่ได้ถือว่าขี้เหร่แต่อย่างใด ยังอยู่ใน ตารางบอล อันดับที่ดีอยู่ แต่ด้วยการที่แฟนบอลนั้นเริ่มมีความคาดหวังกับสโมสร และตัวดิเอโก้ ซิเมโอเน่มากขึ้น หลังจากที่พวกเขาเริ่มใช้เงินทำการซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาสู่ทีมตลอดหลายปีหลัง ทำให้เป้าหมายของสโมสรนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป และดูเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจลูกหนังของลีกแดนกระทิงดุร่วมกับบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด 2 อริตลอดกาลที่ฟาดฟันกันมาอย่างยาวนาน โดยพวกเขาหวังที่จะเทียบรัศมีของ 2 ทีมดังกล่าวให้จงได้ ทำให้ระดมทุนเสริมทัพเหมือนอย่างช่วงที่ผ่านมา ทำให้ความกดดันตกมาอยู่ที่อดีตกองกลางของอินเตอร์ มิลาน และนักเตะเก่าของสโมสรรายนี้ทันที



ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จของทัพ “ตราหมี”

            ในช่วงที่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามาคุม ทีม แอตเลติโก มาดริด ใหม่ๆ แฟนบอล และบอร์ดบริหารของสโมสรไม่ได้มีความคาดหวังอย่างทุกวันนี้ แต่ว่า “เอล โชโร่” กลับพาทีมทำผลงานได้อย่างสุดยอดด้วยการคว้าแชมป์ลา ลีก้าสเปนได้สำเร็จในฤดูกาล 2013-2014 โดยมาเข้าป้ายเฉือนบาร์เซโลน่าได้ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ด้วยการบุกไปตามตีเสมอบาร์เซโลน่าได้สำเร็จ 1-1 จากจังหวะโหม่งของดิเอโก้ โกดิน ทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ไปในที่สุด ซึ่งหากว่าพวกเขาแพ้ให้กับทีม “เจ้าบุญทุ่ม” นัดนั้น แอตเลติโก มาดริดจะกลายเป็นเพียงรองแชมป์ทันที ซึ่งฤดูกาลนั้นดิเอโก้ คอสต้า ได้สร้างชื่อได้แบบเต็มตัวด้วยการซัดไปถึง 27 ประตู รวมถึงโกเก้ กองกลางดาวรุ่งของทีมที่ก้าวขึ้นมาได้อย่างโดดเด่น และได้เป็นตัวหลักของทีมในปัจจุบันทั้งคู่ ถึงแม้ว่าดิเอโก้ คอสต้า จะเคยถูกขายไปให้กับเชลซีมาแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายก็ย้ายกลับมาร่วมทีมอีกครั้งเมื่อฤดูกาลก่อน

            ฤดูกาล 2013-2014 แอตเลติโก มาดริดมีโอกาสได้ดับเบิ้ลแชมป์ด้วย เมื่อได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ต้องทำศึกมาดริด ดาร์บี้พบกับเรอัล มาดริดที่ประเทศโปรตุเกส และเกมต้องเข้าไปถึงช่วงต่อเวลา หลังจากที่เสมอกันใน 90 นาที 1-1 แต่สุดท้ายก็มาหมดแรงในช่วงครึ่งหลังของการต่อเวลาพิเศษ จนโดนทีม “ราชันย์ชุดขาว” ถลุงไป 3 ดอกจนทำให้แพ้ไปในที่สุด 4-1 ซึ่งนั่นไม่ใช่การชิงเพียงครั้งเดียวของพวกเขา เพราะอีก 2 ปีต่อมา แอตเลติโก มาดริดก็มีโอกาสที่จะล้างตาเรอัล มาดริดในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งที่ซาน ซีโร่ แต่สุดท้ายก็ไปดวลจุดโทษแพ้ให้กับลูกทีมของซีเนอดีน ซีดาน และต้องอกหักเป็นครั้งที่ 2 ก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปจนได้ กับการคว้าแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า ยูโรป้า ลีกเมื่อปี 2018 ด้วยการถล่มโอลิมปิก มาร์กเซยแบบหมดรูป 3-0

            หลังจากที่พวกเขาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก มาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้นเป็นต้นมา แอตเลติโก มาดริด ก็ได้มีการทำทีมที่เปลี่ยนไป และได้กลายเป็นทีมมือเติบ และพยายามซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาเสริมทีมด้วยเงินก้อนโต เรียกว่ามักใหญ่ไฝ่สูงก็ว่าได้ที่จะพยายามเทียบรุ่นกับบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด โดยพวกเขาทุ่มเงินคว้าตัวทำลายสถิติสโมสรมา 2 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว

  • โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วทุ่มเงินถึง 70 ล้านยูโรคว้าตัว โตมาส์ เลอมาร์ ปีกทีมชาติฝรั่งเศสมาจากโมนาโก
  • และก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ก็ทุ่มเงิน 120 ล้านยูโรเป็นค่าฉีกสัญญาคว้าตัว ชูเอา เฟลิกซ์ ตัวรุกดาวรุ่งทีมชาติโปรตุเกส มาจากเ บนฟิก้า เพื่อหวังมาเป็นตัวแทนของ อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าที่ถูกบาร์เซโลน่าดึงตัวไปร่วมทีม

            แต่ถึงแม้ว่าสโมสรจะทุ่มเงินมหาศาลคว้าตัวนักเตะมาเสริมทีมก็ตาม แต่ในแง่ของผลประกอบการแล้ว ทีม “ตราหมี” ถือว่าไม่ได้ขาดทุนมากมายอะไรนัก อย่างในฤดูกาลนี้พวกเขาก็ยังมีผลต่างเป็นบวกด้วยซ้ำในเรื่องของการซื้อขายนักเตะ เนื่องจากพวกเขาโดนทีมอื่นทุ่มเงินฉีกสัญญานักเตะตัวหลักของทีมออกไปถึง 3 คน ทั้ง

  • อ็องตวน กรีซมันน์
  • ลูก้าส์ แอร์กน็องเดส
  • และ โรดรี้
  • และ รวมถึงดิเอโก้ โกดิน

ด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาถือว่าเป็นนักเตะแกนหลักของทีม และถึงแม้ว่าพวกเขาจะคว้าตัวนักเตะใหม่เข้ามาทดแทนก็ตาม แต่ว่าดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ก็ต้องมีปรับจูนทีมกันใหม่อีกครั้ง ทำให้ไม่มีความต่อเนื่องจากฤดูกาลก่อน



สัญญาณของทางตัน

            จุดแด่นของ แอตเลติโก มาดริด ในยุคของซิเมโอเน่นั้นคือเรื่องของเกมรับที่เขามี ดิเอโก้ โกดิน ปราการหลังทีมชาติอุรุกวัยเป็นตัวหลักของทีมมาตลอดนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม และฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลแรกที่เขาไม่ มีกองหลังคู่บุญไว้ใช้งานหลังจากปล่อยไปให้กับ อินเตอร์ มิลานแล้ว ทำให้แนวรับของทีมในฤดูกาลนี้ก็ไม่เหนียวแน่นเหมือนที่ผ่านมา อีกทั้งเกมรุกที่ไม่ใช่จุดเด่นของเขาแต่อย่างใดก็ขาดอ็องตวน กรีซมันน์ไปอีก ถึงแม้ว่าจะคว้าชูเอา เฟลิกซ์มาได้ แต่เจ้าหนูรายนี้ก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งก็ยังไม่สามารถปรับตัวกับลีกแดนกระทิงดุได้ ซึ่งดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นที่สุดคือในช่วงพรีซีซั่นก่อนเริ่มต้นฤดูกาลเท่านั้น หลังจากนั้นมาผลงานถือว่าไม่ได้น่าประทับใจแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าทีมจะมีทั้งดิเอโก้ คอสต้า และอัลบาโร่ โมราต้า 2 กองหน้าดีกรีทีมชาติสเปนอยู่ในทีม ก็ไม่ค่อยช่วยทำประตูให้ทีมได้เท่าที่หวังไว้ เพราะตัวเปิดป้อนในแดนกลางของแอตเลติโก มาดริดนั้นแทบไม่มี

เมื่อระบบของดิเอโก้ ซิเมโอเน่เน้นไปที่การใช้กองกลางที่เป็นเชิงรับ หรือไม่ก็เล่นแบบบ็อก ทู บ็อกเป็นหลัก ซึ่งบางนัดเขาก็ใช้มิดฟิลด์ตัวกลางมายืนเป็นตัวริมเส้นด้วยซ้ำ ทำให้แต่ละนัดพวกเขาได้โอกาสในการเข้าทำน้อยมากเมื่อเทียบกับทีมในระดับหัวตารางด้วยกัน โดยแอตเลติโก มาดริดในฤดูกาลนี้เป็นทีมที่ทำประตูได้น้อยที่สุดในบรรดา 10 อันดับแรก โดยเหนือกว่าเพียงแอตเลติก บิลเบาทีมเดียวเท่านั้น ซึ่งพวกเขามีโควต้านัดละประตูเดียวเท่านั้นจากค่าเฉลี่ย

            ถึงแม้ว่าดิเอโก้ ซิเมโอเน่ จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบอร์ดบริหารมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ต้องมีจุดสิ้นสุด ซึ่งดูเหมือนมันกำลังจะใกล้เข้ามาทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็นการที่สโมสรปลดเขาออกจากตำแหน่ง หรือว่าจะเป็นการที่กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ถอดใจลาออกไปก็ตาม ซึ่งพอดีว่า สัญญาของเขากับแอตเลติโก มาดริดนั้นจะหมดลงหลังจากจบฤดูกาลนี้พอดี ซึ่งหากว่าช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้เขายังไม่สามารถพาทีม “ตราหมี” กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมให้มีอันดับ ตารางบอล ได้อีกครั้ง ก็อาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับทีมในเมืองหลวงของสเปนทีมนี้แล้วก็ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นการจากกันที่สวยงาม และไม่ต้องถูกปลดจากตำแหน่งแต่อย่างใดด้วย

โปรแกรมบอล เจาะลึก ตารางบอล พรีเมียร์ลีก คู่ใหญ่ใน สัปดาห์ที่ 27

โปรแกรมบอล เจาะลึก ตารางบอล 5 ทีมใหญ่ใน สัปดาห์ที่ 27 คู่ใหญ่ที่น่าดู ได้แก่คู่ของ เชลซี พบกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันที่ 22/02/2020 เวลา 19:30 ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสด ดูบอลสด  True Premier Football HD 1 ส่วนคู่อื่นๆ ในโปรแกรมบอล สัปดาห์ที่ 27 จะเตะไล่เรียงกันไปไม่ตรงตามเวลาเดิมที่เตะกันในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ได้แก่

  • เลสเตอร์ ซิตี้ vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้   เตะวันที่ 2020-02-23 เวลา (00:30)
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs วัดฟอร์ด เตะวันที่ 2020-02-23 เวลา (21:00)
  • อาร์เซน่อล vs เอฟเวอร์ตัน เตะวันที่ 2020-02-23 เวลา (23:30)
  • ลิเวอร์พูล vs เวสต์แฮมยูไนเต็ด เตะวันที่ 2020-02-25 เวลา (03:00)


วิเคราะห์บอล เจาะลึก ตารางพรีเมียร์ลีก คู่แรกจะเป็น คู่ของ เชลซี vs ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

เชลซี ในเกมส์ที่เจอกับ แมนยู ถือว่าเล่นได้ดี แต่ ผลสกอร์ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจซะเท่าไร บวกกับ คำตัดสินของกรรมการ ค่อนข้างจะดู มีปัญหากับ เชลซีเป็นอย่างมาก แต่แล้ว แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือของ เชลซี ต้องเจอปัญหารุมเร้าปวดหัวอีกแล้ว เนื่องจาก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางคนสำคัญของทีม ได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อโคนขาหนีบ และคาดกันว่าอาจจะอดลงสนามช่วยทีม ประมาณ 3 สัปดาห์ เลยทีเดียว

ซึ่งที่เสีย เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไปถือว่าเชลซีเสียหายหนักมากเนื่องจาก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสคนสำคัญของทีม สามารถช่วยเกมส์ได้ทั้งรุก และ รับ สามรถแย่งบอล สกัดบอล และ ตัดเกมสืได้เป็นอย่างดี

และหากไล่ดูโปรแกรมของ เชลซี ในช่วงดังกล่าวแล้ว จะเจอแต่ทีมแข็งๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น

  • ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ใน พรีเมียร์ลีก
  • เจอ บาเยิร์น มิวนิค ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
  • แถมยังมีโปรแกรมเอฟเอ คัพ ที่จะต้องเจอกับ ลิเวอร์พูล อีกด้วย


ตารางบอล อันดับคะแนน ใน พรีเมียร์ลีก ของ เชลซี กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

RankTeamMatchsWinDrawLoseGFGAPTS
4Chelsea FC261259433641
5Tottenham Hotspur261178433440

จาก ตารางคะแนน ในอันดับ ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ตอนนี้ เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีคะแนนแตกต่างกัน 1 คะแนนเท่านั้น และ สถิติ ฟอร์ม อื่นๆ ยังใกล้เคียงกันอีกด้วย ซึ่งเท่ากับว่า ถ้าหาก ใครชนะในเกมส์นี้ จะมี โอกาสได้เปรียบที่จะได้ ตั๋วไปสู้ในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก มากกว่ากัน

เกมส์ London Derby Match เกมส์ที่ Chelsea FC VS Tottenham Hotspur เกมส์นี้น่าจะสนุกแน่ๆ เพราะนอกจากจะต้องแย่งยิงอันดับใน ตารางพรีเมียร์ลีก แล้วยังเป็น ศึกแห่งเมืองลอนดอน อีกด้วย

ทั้ง 2 ทีมมีขุมกำลังนักเตะตัว ทีเด็ด ที่สูสีกัน และ สามารถยิงประตูได้ 43 ประตู เท่ากัน และ เสียประตูใกล้เคียงอีกด้วย



โปรแกรมวิเคราะห์บอล ศึกพรีเมียร์ลีก หาทีเด็ด ด้วย Ai 2020

เทียบจาก โปรแกรมวิเคราะห์บอล คำนวณความน่าจะเป็นทางฝั่งเจ้ามือ มีความเป็นไปได้ที่ เชลซี จะชนะได้ ในราคาเปิดตอนแรก ที่ 51.78% ซึ่งมามากครึ่งมาไม่มาก มีความเป็นไปได้ที่ Chelsea FC จะชนะไม่ขาด ชนะแบบไม่เต็มก็เป็นได้

Design a site like this with WordPress.com
Get started